You are here: สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิธีลดความอ้วน, อาหารลดความอ้วน -> 3.6 คาร์โบไฮเดรต

3.6 คาร์โบไฮเดรต

This entry was posted in สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิธีลดความอ้วน, อาหารลดความอ้วน and tagged . Bookmark the permalink.

คาร์โบไฮเดรต

  คาร์โบไฮเดรตจะมีอยู่ใน ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว คุ้กกี้ เค้ก ไอสกรีม ของคบเคียว ขนมหวาน ผลไม้ เครื่องดื่มต่างๆ เป็นต้น คาร์โบไฮเดรต 1 กรัมจะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุด เพราะร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ง่ายที่สุด

 อาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเมื่อทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยกลายเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายใช้น้ำตาลเหล่านี้ไม่หมด ร่างกายก็จะสามารถเปลี่ยนน้ำตาลเหล่านี้ให้กลายเป็นไขมันสะสมได้ คนที่กินคาร์โบไฮเดรตมาก จึงมีโอกาสอ้วนได้เช่นกัน

ข้อเสียที่สำคัญที่สุดของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงคือย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ทานแล้วไม่อยู่ท้อง เมื่อทานเข้าไปแล้วจะอิ่มช้า อิ่มไม่นาน ทำให้ต้องทานอาหารเพิ่ม หากทานอาหารได้พลังงานเท่ากัน ทานโปรตีนจะอิ่มเร็วกว่าและอิ่มนานกว่ามาก คาร์โบไฮเดรตจึงเป็นอาหารที่อันตรายสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง

 เช่น ฟรุตเค้ก 1 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ให้พลังงานพอๆกับ ไข่ต้ม 5 ฟอง (375 กิโลแคลอรี) แต่หากเราทานไข่ 5 ฟอง เราก็จะอิ่มท้องกว่าและอยู่ท้องกว่ากินฟรุตเค้ก 1 ชิ้น

 นอกจากนี้ หากเราทานอาหารที่มีสัดส่วน คาร์โบไฮเดรตมากเกินไป หลังจากทานร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และเราจะรู้สึกเพลีย ง่วง หรืออาจหิวโซจนใจสั่นได้(ทำให้ต้องกินอีก)

  นอกจากนี้ คนที่ชอบทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมาก จะเป็น “โรคติดหวาน” คือต้องทานอาหารที่มีรสชาติหวาานถึงจะอารมณ์ดีแต่หากไม่ได้ทานก็จะหงุดหงิดก้าวร้าวได้

 อย่างไรก็ตามคาร์โบไฮเดรตก็เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่ดี เราจึงไม่สามารถงดการทานได้ (หากไม่ทานร่างกายก็จะต้องการ แล้วส่งสัญญาณด้วยความหิว) และกลูโคส (น้ำตาล) มีความสำคัญต่อสมองของเรา ถ้าเราไม่ทานกลูโคสเลย ย่อมมีผลต่อการทำงานของสมองของเราได้

 สิ่งที่เราควรทำก็คือ ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ทานไม่ให้มากเกินไป โดยทานคาร์โบไฮเดรตให้ได้พลังงานประมาณ 50% ของพลังงานที่ทานในแต่ละวัน

Comments are closed.